แนวต้าน (Resistance)
Price Actionระดับราคาที่แรงขายมากพอที่จะหยุดราคาไม่ให้ขึ้นต่อ ราคามักเด้งลงจากแนวต้าน
แนวต้านคืออะไร?
แนวต้าน (resistance) คือระดับราคาที่แรงขาย (supply) มากพอที่จะหยุดหรือชะลอการเพิ่มขึ้นของราคา ตรงข้ามกับแนวรับ (Support) เมื่อราคาขึ้นถึงแนวต้าน ผู้ขายมักเข้ามาทำให้ราคาเด้งลง
วิธีระบุ
จุดสูงก่อนหน้า (previous highs) ตัวเลขกลม Moving Average (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) Fibonacci Extension Pivot Points (จุดพิวอต)
Role Reversal
เมื่อราคาBreakout (ทะลุขึ้น)เหนือแนวต้าน แนวต้านเก่ามักกลายเป็นแนวรับใหม่ เทรดเดอร์มักรอ retest หลัง breakout เพื่อเข้าลอง (Long)
วิธีหาแนวต้านที่แม่นยำ
มีหลายวิธี: (1) ลากเส้นแนวนอนที่จุดสูงก่อนหน้าหลายจุดที่ตรงกัน (2) ใช้ Fibonacci Extension หาเป้าหมายที่ราคาน่าจะหยุด (3) ใช้ Moving Average (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) เป็นแนวต้าน dynamic (4) ใช้ Bollinger Bands (แถบโบลินเจอร์) ขอบบนเป็นแนวต้านระยะสั้น (5) ตัวเลขกลม เช่น 1.2000, 150.00 มักเป็นแนวต้านทางจิตวิทยา
แนวต้านที่แข็งแกร่งที่สุด
แนวต้านที่แข็งแกร่งที่สุดคือแนวที่เคย ทดสอบหลายครั้ง และราคาไม่สามารถทะลุได้ ในกราฟใหญ่ (H4 ขึ้นไป) เทรดเดอร์ไทยมักใช้กราฟ Daily หาแนวต้านหลัก แล้วใช้กราฟเล็ก (M15, H1) หาจุดเข้าที่แม่นยำ
การเทรดที่แนวต้าน
เข้า ชอร์ต (Short) ใกล้แนวต้านพร้อมสัญญาณยืนยัน เช่น pin bar, bearish engulfing, divergence ใน RSI (Relative Strength Index) ตั้ง Stop Loss (จุดตัดขาดทุน) เหนือแนวต้านเล็กน้อย (10-20 pip ขึ้นกับ Volatility (ความผันผวน))